ศบค.ส่วนหน้า เคาะแล้วให้ ศบค.จังหวัด พิจารณาเปิดเทอม on-site สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
วันนี้ (8 ธ.ค. 64) ที่ห้องประชุมศรียะลา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผอ.ศบค.ส่วนหน้า และคณะเดินทางมาร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) เป็นประธานการประชุมศูนย์บูรณาการการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ให้การต้อนรับร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
โดย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งสถานการณ์เริ่มคลี่คลายดีขึ้นอย่างเป็นลำดับ ในส่วนของผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้นเป็นผลมาจากการดำเนินงานเชิงรุกตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจ ATK และเร่งแยกผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษา ซึ่งในแต่ละอำเภอของจังหวัดยะลาก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างใกล้ชิด
นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ได้เผยว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม แล้วเริ่มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนการได้รับวัคซีนโดยภาพรวมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสีเขียว (มีความครอบคลุมการได้รับวัคซีน) และดำเนินการตามมาตรการ COVID free setting แต่ก็ยังคงเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่ของตลาด และโรงงาน ทั้งนี้อัตราส่วนป่วยตายมีจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น (ปัจจัยหนึ่งของผู้เสียชีวิตคือเป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน)
ส่วนตัวเลขการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 พบว่าในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และสตูล) ได้รับวัคซีนครอบคลุมแล้วกว่าร้อยละ 62
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผอ.ศบค.ส่วนหน้า ได้ชี้แจงในที่ประชุมถึงคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดให้สามารถพิจารณาความเหมาะสมให้เปิดเรียนแบบ on-site ได้ สำหรับโรงเรียนประจำ (โรงเรียนสอนศาสนา หรือปอเนาะ) โดยพิจารณาให้ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับวัคซีนครอบคลุมร้อยละ 100 (100 %) ส่วนนักเรียน นักศึกษาต้องได้รับวัคซีนให้ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 85 (85%) โดยต้องผ่านการพิจารณาร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานศึกษาอีกด้วย
ขณะที่ ผู้แทนกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา ได้เป็นตัวแทน อปท. ในพื้นที่ รายงานถึงความคืบหน้าการดำเนินงานติดตาม ควบคุม และกำกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยการทำงานเชิงรุกลงพื้นที่ตรวจ ATK โดยติดตามดูผลการตรวจคัดกรองไปอีก 15 วันข้างหน้า เพื่อตรวจหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ได้
ส่วน ผู้แทนกลุ่มการปกครองส่วนท้องที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ชี้แจงถึงการสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนต่อการเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยคณะการดำเนินงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีปัญหาและอุปสรรคที่แตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับบริบทและพื้นที่ แต่ทุกหน่วยงานก็ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ทางด้านของ ผู้แทนกลุ่มภาคธุรกิจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย นายกันต์พงษ์ ลิ่มกาญจนา ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา ได้พูดถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จากสาขาอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชีพประมง ภาคบริการ (ร้านอาหาร) การค้าขายชายแดน ในขณะที่ภาคธุรกิจบางประเภทยังคงสร้างกำไรภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่เติบโต (ธุรกิจการค้ายางพารา) ส่วนความคืบหน้าการเปิดสนามบินเบตง เพื่อการส่งเสริมการท่องเทียวนั้น ได้มีการขยายเวลาไปอีก ขณะที่ผู้ประกอบการรถขนส่งสาธารณะในพื้นที่ก็มีการขอเพิ่ม-ลด จำนวน เพิ่มรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่
ในส่วนของผู้แทนกลุ่มการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานความคืบหน้าภายหลังจาก ศบค.ชุดใหญ่ ได้กำหนดมาตรการใหม่การเดินทางเข้าประเทศท่องเที่ยวในประเทศไทยแบบ Test and Go โดยไม่ต้องกักตัว ขอประชาชนร่วมมือมาตรการป้องกันโควิด-19 เคร่งครัด ซึ่งสามารถรองรับการเดินทางได้กว่า 63 ประเทศ ต้องผ่านการตรวจ RT-PCR ตามเดิม และจะต้องเร่งดำเนินการรับรอง SHA ของผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในพื้นที่
ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมเปิดอำเภอนำร่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีการเน้นกำกับติดตามมาตรการ VUCA เพื่อเฝ้าระวังตรวจจับการระบาดในกิจกรรมรวมกลุ่ม เช่น งานเลี้ยง งานศพ และสถานที่เสี่ยง ได้แก่ เรือนจำ ตลาด โรงงาน เดินหน้าคู่กันกับการค้นหาเชื้อเชิงรุกด้วย CCRT + ATK Screening และดำเนินการเร่งรัดฉีดวัดซีนกลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง) และช่วยสื่อสารป้องกันตนเองด้วย Universal Prevention ผ่านการดำเนินงานของฝ่ายปกครอง/ผู้นำชุมขน/กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน จัดตั้งทีมผู้ตรวจการ เพื่อควบคุมกำกับมาตรการ COVID-Free Setting ในพื้นที่ของตนเอง โดยอิงตามบริบทของพื้นที่ฝ่ายความมั่นคง เน้นการเฝ้าระวังติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะตามแนวการลับลอบเข้าเมือง รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มแรงงานต่างด้าว เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อไป
แหล่งที่มา: สทท.ยะลา