ผู้ว่าฯยะลา แก้ปัญหาฉับพลัน
ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ห่วงปัญหาสุขภาวะและความเป็นอยู่ชาวบ้าน
ใช้เวลาวันหยุดเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือ ทั้งการจัดระเบียบบ้านเช่า การแก้ปัญหาเรื่องน้ำเสีย รวมทั้งการจัดวางระบบความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว
แม้ว่าจะเป็นวันหยุดราชการ แต่การทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนของจังหวัดยะลา ยังดำเนินไปตามปกติ โดยวันนี้ (29 ก.ค.2565 ) นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เชิญส่วนราชการต่าง ๆ ประกอบด้วยที่ทำการปกครองจังหวัด อำเภอเมือง อำเภอรามัน อำเภอเบตง เทศบาลนครยะลา เทศบาลเมืองเบตง อุตสาหกรรมจังหวัด รวมทั้งฝ่ายตำรวจ และทหาร
เพื่อติดตามแก้ปัญหา 3 ประเด็นหลัก คือ การจัดระเบียบบ้านเช่าต่าง ๆ ในเขตชุมชน เนื่องจากพบว่าขณะนี้ พื้นที่จังหวัดยะลา มีจำนวนประชากรแฝงจำนวนมากที่เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดไม่สามารถดูแลสวัสดิการ และด้านสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งการเกิดอัคคีภัย เนื่องจากพบว่าประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ได้มีการต่อเติม ดัดแปลงอาคารที่อยู่อาศัย ให้เป็นห้องเช่าโดยไม่ได้แจ้งต่อทางอำเภอ หรือ อปท.พื้นที่ เช่นบ้าน 1 หลัง แต่ทำการกั้นห้องภายในจำนวนหลายห้อง เพื่อให้บริการเช่าอยู่อาศัย และไม่มีการจัดระบบสาธารณูปโภคที่ดี และผู้ที่เข้าอยู่อาศัยไม่ได้แสดงหลักฐานระบุตัวบุคคลว่า เป็นใคร มีภูมิลำเนามาจากไหน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำการสำรวจข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ทางจังหวัดสามารถเข้าไปดูแลด้านสวัสดิการต่าง ๆ ได้ ทั้งการฉีดวัดซีนป้องกันโรค การแก้ปัญหาความยากคน ร่วมทั้งป้องกันไม่ให้มีแรงงานต่างด้าวหลบนี้เข้าเมืองมาแฝงตัวทำงาน โดยมอบหมายให้ อำเภอ ร่วมกับ อสม. และเทศบาลต่าง ๆ รับผิดชอบดำเนินการโดยเร่งด่วน
สำหรับเรื่องที่ 2 มีผลสืบเนื่องมาจากการที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำคณะลงพื้นที่ทำกิจกรรมจิตอาสา ณ คลองบาโงปาโฮะ หมู่ที่ 2 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน และพบว่าลำคลองสายดังกล่าวมีสภาพน้ำเสีย มีกลิ่น และเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาสอบถามข้อมูลจากชาวบ้าน พบว่าลำคลองดังกล่าวไหลผ่าน ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมและ มีฟาร์มเลี้ยงสุกร และ มีบ่อกำจัดขยะแบบฝังกลบของเทศบาลนครยะลาด้วย จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูล พบว่าน้ำเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เกิดจากพนังกั้นน้ำของบ่อกำจัดขยะชำรุด และอยู่ระหว่างการซ่อมแซม ผู้ว่าราชการจึงสั่งให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน และกำชับให้ทุกส่วนดูแลงานในความรับผิดชอบให้สมบูรณ์ ให้ถือว่าความเดือดร้อนของชาวบ้าน คือความเดือดร้อนของตัวเอง และในอนาคต การดูแลด้านสิ่งแวดล้อมยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของคนโดยตรง
ส่วนเรื่องที่ 3 การวางระบบการดูแลความปลอดภัยของประชาชน เป็นสิ่งจำเป็น เพราะในขณะนี้ปัญหาความมั่งคงในพื้นที่ได้รับการคลี่คลายไปมาก ประชาชนมีความเข้าใจ และมุ่งที่จะพัฒานาบ้านเมืองให้เจริญและสงบร่มเย็น เพื่อเดินหน้าทางเศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีระบบการดูแลความปลอดที่ได้มาตรฐาน มีกล้อง cctv ในพื้นที่สาธารณะ และอาคารห้างร้านต่าง ๆ ตลอดถึงแหล่งท่องเที่ยว ที่จะต้องมีทั้งกล้อง cctv นอกจากนี้จะวางระบบผู้ให้บริการที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น เช่น พนักงานขับรถ วินมอเตอร์ต่าง ๆ ต้องได้รับการขึ้นทะเบียน มีการติดบัตรแสดงตัว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มา เกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ขณะเดียวกันผู้ให้บริการ ก็จะได้รับการดูแลด้านสวัสดิการต่าง ๆ ไปด้วย ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับจังหวัดยะลาในภาพร่วม
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา