หัวหน้าสำนักงานจังหวัดยะลา ร่วมประชุมสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 3/2565
วันนี้ (15 ส.ค. 65) ที่ ห้องประชุมพิกุล ชั้น 3 อาคาร 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายเกียรติศักดิ์ มณีรัตน์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดยะลา นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 3/2565 ผ่านระบบ Video Conference System โดยมี พลเอกสุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ฐานะผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธาน
โดยวาระการประชุมสำคัญ เป็นการเสนอเรื่องเพื่อรับทราบ แนวทางการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2565 ซึ่งมุ่งลดเหตุการณ์ความรุนแรง และการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยทำให้เงื่อนไขที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งต่าง ๆ หมดไป ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ สิ่งดีงามในพื้นที่ให้มากขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการทบทวนโครงสร้าง ของสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ใขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
และสำหรับการขับเคลื่อนงานของคณะอนุกรรมการภายใต้ (คปต.) ห้วงที่ผ่านมา มีการจัดตั้งกลไกการบริหารการสื่อสารจังหวัดชายแดนภาคใต้ SBIC เพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของมูลข่าวสาร เหตุการณ์พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันจะนำไปสู่ความเข้าใจและการแก้ปัญหาร่วมกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาทักษะภาษาเพื่อการสื่อสารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นนโยบายสร้างความเป็นเอกภาพในพื้นที่ ให้ประชาชนคนไทยทุกคนสามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ให้การดูแล จัดตั้งศูนย์พัฒนาทักษะภาษา ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนเรื่องที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาวันนี้คือ แผนการสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ (พ.ศ. 2566 - 2570 ) ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อในภูมิภาคอาหรับ ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องการเรียนด้านศาสนา ทำให้เมื่อจบมาแล้วไม่สามารถใช้วุฒิการศึกษาสมัครเข้าทำงานในประเทศไทยได้ จึงมีความจำเป็นต้องหาสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนวิชาสายสามัญและสายอาชีพร่วมด้วย เพื่อให้สามารถสมัครเข้าทำงานได้
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา