ผู้ว่าฯยะลา ร่วมประชุมขับเคลื่อนและติดตามงานนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

14 ก.พ. 2566 | 32 ครั้ง

ภาพปกข่าว
วันนี้ (13 ก.พ.2566) 10.00 ที่ห้องประชุมพิกุล ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนและติดตามงานนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (เดือนกุมภาพันธ์ 2566) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน นายสุทธิพงษ์จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย สำหรับการประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมอบนโยบายและชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การควบคุมการออกใบอนุญาตอาวุธปืน การควบคุมการดำเนินงานมูลนิธิและสมาคม กรณีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยใช้วีซ่าผิดประเภท มาตรการป้องกันการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การป้องกันการทำธุรกรรมผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ และการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนฯ ปี 2566 เป็นต้น ทั้งนี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เข้มงวดการพิจารณาอนุญาตเกี่ยวกับอาวุธปืน กวดขันการออกใบอนุญาตฯ ตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลให้ชัดเจนก่อนพิจารณาออกใบอนุญาต หลังมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบว่าอาวุธที่ใช้เป็นอาวุธที่ผิดกฎหมายและไม่มีใบอนุญาต ขอให้กำหนดมาตรการเร่งด่วนที่เป็นระบบ รวดเร็ว และมีผลเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งทางกรมการปกครองจะได้แจ้งแนวทางปฏิบัติให้ทุกจังหวัดทราบอีกครั้ง อีกทั้งได้ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมบูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติการกู้ภัยและช่วยเหลือเด็กพลัดตกบ่อน้ำบาดาล ที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก จนสำเร็จด้วยดี รวมไปถึงการดูแลเยียวยาจิตใจเด็กหญิงและครอบครัวภายหลังเหตุการณ์ นอกจากนี้ ขอให้ทุกจังหวัดควบคุมการดำเนินงานมูลนิธิและสมาคมกรณีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยใช้วีซ่าผิดประเภทด้วย
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา