ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เปิดงานประชาสัมพันธ์ โครงการปรับปรุงคุณภาพและปริมาณเพื่อเพิ่มมูลค่าทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
วันนี้ 11 ส.ค.66 เวลา 14.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ลงพื้นที่จังหวัดยะลา ได้เป็นประธานประชาสัมพันธ์ โครงการปรับปรุงคุณภาพและปริมาณเพื่อเพิ่มมูลค่าทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าจังหวัดปัตตานี นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้แทนสภาเกษตรกรกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ เข้าร่วม สำหรับจุดเริ่มต้น โครงการปรับปรุงคุณภาพและปริมาณเพื่อเพิ่มมูลค่าทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ประสบปัญหาการถูกกดราคาทำให้จำหน่ายทุเรียนได้ในราคาต่ำมาเป็นเวลานาน จนเมื่อสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระ ราชดำริเข้าไปดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี 2561 จึงมีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนจำนวนมากร้องขอให้ช่วยเหลือกระบวนการดำเนินงานของสถาบันปิดทองหลังพระฯภายใต้ความร่วมมือบูรณาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนโดยเฉพาะส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดปัตตานี นราธิวาสและยะลา โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เริ่มต้นจากการทำความ“เข้าใจ”พบว่าสาเหตุของปัญหามาจากคุณภาพของทุเรียนที่ขาดการดูแลที่ดีในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูแลการบำรุงต้นไปจนถึงการเก็บเกี่ยว รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่ทำให้มีหนอนเจาะเมล็ด ผลมีหนามแดงต้องจำหน่ายแบบเหมาสวน จากนั้นจึง“เข้าถึง”เกษตรกรโดยการคัดเลือกคนที่หัวไวใจสู้และมีความพร้อมที่จะพัฒนาคุณภาพทุเรียนมาเข้าร่วมกับโครงการก่อนโดยจัดทำคู่มือการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพและจัดทำขั้นตอนในการดำเนินงานโครงการตั้งแต่ต้นทางกลางทางและปลายทาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการ “พัฒนา” เริ่มจากต้นทางคือการให้ความรู้ในการพัฒนาคุณภาพทุเรียน ตั้งแต่การจัดการดินและน้ำในแปลงการดูแลตามระยะการเจริญเติบโต การบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลางทางคือการติดตามความก้าวหน้าและให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนจนถึงการเก็บเกี่ยวให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ คือ ทุเรียนต้องไม่อ่อน ปริมาณแป้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 32และปลายทางคือเชื่อมโยงตลาดพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนในการรับซื้อทุเรียน เพื่อสร้างมาตรฐานการรับซื้อ การคัดคุณภาพ และการรวบรวมผลผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ เผยว่า ซึ่งขณะนี้ทุเรียนในโครงการฯ ไม่พบปัญหา ทุเรียนอ่อน ทุเรียนหนอนรู ทางสถาบันฯเริ่มส่งเสริมเกษตรกรให้เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย เข้าไปมีส่วนร่วมกับล้งต่างๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมีข้อตกลงระหว่างกัน แต่เมือปี 2565-2566 เริ่มมีการค้าทางสื่อออนไลน์มากขึ้น ทางสถาบันเลยหาแนวทางให้เกษตรกรมีการค้าขาย ออนไลน์มากขึ้น เพิ่มรายได้เกษตรกรอีกด้วย ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือทำให้เกษตรเรียนรู้กระบวนการตั้งแต่ เริ่มต้นการปลูก การดูแล การจำหน่วย ค้าขายตามล้งทุเรียนและออนไลน์ ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของเกษตรกรมาก เมือเกษตรกรมีความเข้มแข็งและต่อไปทางสถาบัน ก็จะมีการขยับขยายเข้าไปส่งเสริมในด้านอาชีพอื่นๆ เช่น แพะนม แพะเนื้อ และหาพืชเกษตรกรรมตัวใหม่ อาทิ กาแฟ กล้วย มะพร้าว เป็นต้น
จากนั้นในเวลา 18.30 น. นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังล้งทุเรียนพันธมิตรรับซื้อทุเรียน ของนางจันทร์ทิพย์ ลิยะบงค์ เจ้าของรับซื้อทุเรียน บริเวณแยกมาลายูบางกอก อ.เมือง จ.ยะลา ร่วมกับราชการ ผู้แทนสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามกระบวนการรับซื้อทุเรียนคุณภาพของโครงการ พร้อมทั้งปะพบพ่อค้ารับซื้อทุเรียน เผย กระบวนการรับซื้อ การคัดเกรดคุณภาพทุเรียน และการบรรจุภัณฑ์ เป็นไปตามมาตรฐานของโครงการปรับปรุงคุณภาพและปริมาณเพื่อเพิ่มมูลค่าทุเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การขับเคลื่อน ของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา