ผู้ว่าฯยะลา ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ หลังพบแนวโน้มการแพร่ระบาด โรคไอกรนในพื้นที่เพิ่มขึ้น สสจ.ยะลา เผย พบผู้ป่วยติดเชื้อ 158 ราย เสียชีวิต 2 ราย เร่งรณรงค์ มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด แผนเชิงรุกฉีดวัคซีนครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง ให้สูงขึ้น
วันนี้ 25 ม.ค.67 เวลา 09.30 น. นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรรมการโรคติดต่อ ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ ชั้น 3 อาคารศรีฟ้า 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไอกรนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดยะลา หลังพบแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ขึ้นไป พร้อมการรณรงค์เร่งรัดการฉีดวัคซีน ในกลุ่มเป้าหมาย โดยมีนายแพทย์วิเศษ สิรินธรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข พร้อมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดยะลา เข้าร่วม
นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ขณะนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบการแพร่ระบาดของโรคไอกรน มีผู้ป่วยกว่า 1,000 คน เสียชีวิตรวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 7 ราย ซึ่งในจังหวัดยะลามีผู้เสียชีวิต 2 ราย แนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น หากไม่มีมาตรการในการป้องกันที่ดี คาดการณ์ว่า ต่อไปจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ต่อเดือน ประมาณ 1,500 คน ในพื้นที่จังหวัดยะลา และอาจจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น สำหรับโรคไอกรน เป็นโรคที่ติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ คล้ายๆกับโควิด-19 จะระบาดหนักในเด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปี สิ่งสำคัญในการรณรงค์ป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ คือ มาตรการในการณรงค์ให้ผู้ปกครองยินยอม นำเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปีเข้ารับวีคซีน ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และผู้ที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก เป้าหมายอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล สถาบันศึกษาปอเนาะแลตาดีกา ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไอกรนในพื้นที่
นายแพทย์วิเศษ สิรินธรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไอกรนในพื้นที่จังหวัดยะลา ข้อมูลสะสมตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2566 – 24 มกราคม 2567 พบผู้ป่วยติดเชื้อ 158 ราย ผู้ป่วยเข้าข่าย 91 ราย ผู้ป่วยสะสม 448 ราย รวมผู้ป่วยกว่า 700 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย เป็นเด็กอายุ 1 เดือนกว่า เนื่องจากจากว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ในการเข้ารับการฉีดวัคซีน สำหรับโรคนี้ เป็นโรคที่ติดเชื้อทางเดินหายใจ จากเชื้อแบคทีเรีย จะทำให้เด็ก ที่เป็นเด็กเล็ก ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบ มีภูมิต้านทานไม่เต็มที่ ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย เกิดอาการไอ และไอต่อเนื่องจนกระทั่งบางครั้งหายใจไม่ทัน นำมาสู่การอักเสบของปอด ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ หรือบางรายหนักสุดถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งจริงๆแล้วโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน แต่เนื่องจากว่าในพื้นที่จังหวัดยะลา การฉีดวัคซีนยังครอบคลุมต่ำอยู่ ขอเชิญชวนรณรงค์ทุกคน ช่วยกันนำบุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีน คนละ 1 เข็ม เพื่อทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ลดการระบาดในกลุ่มเด็ก รวมถึงกลุ่มหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์เกิน 16 สัปดาห์ ขึ้นไป เพื่อสร้างความปลอดภัยทั้งแม่และลูก สำหรับในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อในวันนี้ เพื่อหามาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด มีการทำแผนเชิงรุก ในการฉีดวัคซีน 4 กลุ่มประกอบด้วย 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2.โรงเรียนระดับชั้นอนุบาล 3.เจ้าหน้าที่ หน่วยงานของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่เชิงรุก และ กลุ่มสุดท้ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันปอเนาะแลดาตีกา โดยการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมสูงขึ้น ลดการแพร่ระบาดในพื้นที่
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา