เกษตรจังหวัดยะลา จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี การจัดการโรคเหี่ยวในกล้วยหิน ประจำปี 2567 พืชอัตลักษณ์ประจำถิ่น สร้างความเชื่อมั่นเกษตรกร ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตกล้วยหินคุณภาพ
วันนี้ 9 ก.ย.67 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานเปิดงานานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี การจัดการโรคเหี่ยวในกล้วยหิน ประจำปี 2567 พืชอัตลักษณ์ประจำถิ่นจังหวัดยะลา ตามโครงการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตกล้วยหินคุณภาพ กิจกรรมที่ 1 ขยายผลการพัฒนาการผลิตกล้วยหิน กิจกรรมที่ 1.1 จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการโรคเหี่ยวในกล้วยหิน โดยมีนายกัสมัน ยะมาแล เกษตรจังหวัดยะลา ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการอารักขาพืช จังหวัดสงขลา ส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนพี่น้องเกษตร เข้าร่วม
นายกัสมัน ยะมาแล เกษตรจังหวัดยะลา กล่าวว่า กล้วยหิน ได้รับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2554 ในชื่อว่า กล้วยหินบันนังสตา แต่เมื่อปลายปี 2558 พบการระบาดของโรคเหี่ยวกล้วยหิน (Banana Blood Disease) เกิดขึ้นและระบาดขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว โดยพบการระบาดมากที่สุดในปี 2562 จำนวน 2,424 ไร่ จากพื้นที่ปลูกกล้วยทั้งจังหวัด 2,634 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 92.03 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จังหวัดยะลาได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคเหี่ยวกล้วยหิน ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 3,933 ไร่ พบพื้นที่การระบาดลดลงเหลือ 1,205 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 30.64 งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการโรคเหี่ยวในกล้วยหินจัดขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้เทคโนโลยีและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตกล้วยหิน และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกล้วยหินให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพได้มาตรฐาน พร้อมทั้งฟื้นฟูแปลงปลูกกล้วยหินที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคเหี่ยวกล้วยให้มีผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพมากขึ้น กิจกรรมประกอบด้วย การบริการนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับโรคเหี่ยวในกล้วยหิน , การจัดการแปลงปลูกกล้วยหินปลอดโรค 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย การขยายสารชีวภัณฑ์ในการควบคุมป้องกันโรค , การจัดแสดงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกล้วยหิน , การเสวนาการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตกล้วยหิน
นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า กล้วยหิน นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดยะลา สามารถนำมาแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ ได้อย่างมากมาย เช่น กล้วยหินฉาบซึ่งเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดยะลา นำมาเป็นอาหารนกซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก หัวปลีก็นิยมรับประทานกับน้ำพริก ใบตองก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ มีการนำส่วนต่างๆ ของกล้วยหินมาวิจัยทางโภชนาการและสรรพคุณเพื่อที่จะต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เรียกได้ว่าทุกส่วนของกล้วยหินสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หมด ในช่วงที่ผ่านมาที่มีการระบาดของโรคเหี่ยวกล้วยหิน พื้นที่ปลูกและผลผลิตกล้วยหินของจังหวัดยะลาลดลงไปมาก ส่งผลกระทบต่อกลุ่มแปรรูปที่ไม่มีวัตถุดิบ ต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ หน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษาที่ช่วยกันหาวิธีการป้องกันและกำจัดโรคเหี่ยวกล้วยหินให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งเชื่อว่าหากเกษตรกรนำวิธีการที่สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลาลงไปส่งเสริมก็จะสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีแก่เกษตรกรได้ ทั้งนี้ การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการโรคเหี่ยวในกล้วยหิน เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรในพื้นที่ พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกล้วยหินให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพได้มาตรฐาน เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ในด้านความรู้เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในกล้วยหิน การจัดการแปลงปลูกกล้วยหินปลอดโรค 6 ขั้นตอน หรือปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เพื่อให้เกษตรกรได้นำความรู้ไปใช้ในการจัดการดูแลแปลง ปลูกกล้วยหิน ให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีคุณภาพ อันจะเป็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพการปลูกกล้วยหินได้อย่างแท้จริงท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวกล้วยหินในพื้นที่
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา