พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานพิธีประสาทอนุปริญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนยะลา ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 363 ราย
วันนี้ 20 พ.ค.67 เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา อ.เมือง จ.ยะลา พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีประสาทอนุปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนยะลา ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 363 คน โดยมี นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ ผบ.ฉก.ยะลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนยะลาา นายวิชาพร ชินประพัทธ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยะลา คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ วชช.ยะลา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ
สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนยะลา ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 363 คน โดยจำแนกตามสาขาวิชา ประกอบด้วย 1.สาขาวิชาการจัดการ จำนวน 38 คน 2.สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น จำนวน 88 คน 3. สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน จำนวน 10 คน 4.สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย จำนวน 146 คน 5.สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ จำนวน 20 คน 6.สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรจำนวน 36 คน 7.สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน จำนวน 25 คน นอกจากนี้ องคมนตรี ได้เกียรติบัตรผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลการศึกษาเรียนดี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 8 ราย
วิทยาลัยชุมชนยะลาเป็นสถาบันอุดมศึกษาสังกัดสถาบันวิทยาลัยชุมชน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2547 เพื่อให้คนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ขาดโอกาสทางการศึกษา ได้เข้ามาศึกษาในระดับอุดมศึกษา และพัฒนาอาชีพให้กลุ่มคนที่ด้อยโอกาสโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทุกช่วงวัย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาตามพันธกิจในการจัดการศึกษา 6 ประการ ดังนี้ พันธกิจที่ 1. ด้านการจัดการศึกษา รับผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเข้ามาศึกษาในระดับอนุปริญญา ใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่ง โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด 17 รุ่น จำนวน 5,711 คน และในปัจจุบันมีนักศึกษารวม 1,557 คน สถาบันวิทยาลัยชุมชน ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ทำให้นักศึกษาที่จบการศึกษาระดับอนุปริญญาจากวิทยาลัยชุมชนยะลา เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้ทุกคน โดยได้รับการยกเว้นค่าสมัคร 300 บาท ไม่ต้องสอบคัดเลือก และใช้เวลาเรียนเพียง 2 - 3 ภาคเรียนเท่านั้น รวมทั้งสนับสนุนในด้านอาจารย์ผู้สอน สถานที่เรียน วัสดุและครุภัณฑ์ต่างๆ อีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกัน พันธกิจที่ 2. ด้านการฝึกอบรมและบริการวิชาการที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพที่เพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกล ปัจจุบันมีผู้ผ่านการฝึกอบรม 51 หลักสูตร จำนวนทั้งสิ้น 20,155 คน หลักสูตรที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่หลักสูตรการตัดเย็บเสื้อผ้าสตรีเพื่อก้าวสู่มืออาชีพ หลักสูตรการทำผ้ามัดย้อม หลักสูตรขนมหวานในร้านคาเฟ่ และหลักสูตรการผลิตเบเกอรี่เพื่อธุรกิจ เป็นต้น อบรมเสร็จจะสอนวิชาการออกแบบบรรจุภัณฑ์การบริหารกลุ่ม และการขายออนไลน์ เมื่อจบหลักสูตรแล้วสามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัวได้ พันธกิจที่ 3. ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดยะลา โดยสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานราชการในพื้นที่และร่วมกับชุมชน เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งให้ตำบลโกตาบารูในลักษณะของการพัฒนาเชิงพื้นที่ (แอเรียเบส) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นชุมชนต้นแบบ และจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน 18 ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ 8 อำเภอ โดยมีเป้าหมายที่จะจัดตั้งในอนาคตให้ครบทุกตำบลของจังหวัดยะลา เพื่อสร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง พันธกิจที่ 4. ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยได้ทำการวิจัยทางด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม และรายได้เพิ่มให้กับชุมชน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร การพัฒนาด้านศิลปวัฒนธรรม และการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาสถาบันการเงินชุมชน เป็นต้น รวม 10 เรื่อง พันธกิจที่ 5. ด้านการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยเน้นรูปแบบวัฒนธรรมกินได้ มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ชุมชนตำบลโกตาบารูร่วมกับเทศบาลตำบลโกตาบารู พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมโกตาบารู เช่นการใช้ใบพลูเป็นส่วนผสมกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ การผลิตอาหารท้องถิ่นให้รสชาติเป็นแบบต้นตำรับเดิม การพัฒนารูปแบบการผลิตแหวนมลายู การผลิตกริชรามันห์ ซึ่งขยายแหล่งเรียนรู้และแหล่งผลิตไปที่ตำบลปุโรง อำเภอกรงปินัง วิทยาลัยชุมชนยะลายังได้ร่วมมือกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา ด้านการวิจัยการสืบค้นวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมสืบสานวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมเพื่อให้บุคลากร และนักศึกษาได้ร่วมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมให้เหมาะสมกับความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมของจังหวัดยะลา และจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งกิจกรรมในทางศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ตามวันสำคัญและเทศกาลทางศาสนา 6. พันธกิจด้านความมั่นคง ได้สนับสนุนงานด้านความมั่นคงของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดยะลา โดยการส่งเสริมอาชีพกลุ่มเปราะบางและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนของจังหวัดยะลาได้จัดโครงการครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ 18 ชุมชน จำนวน 720 คน นอกจากนี้ ยังจัดโครงการจิตอาสาเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านสาธารณะให้แก่นักศึกษาและบุคลากรอย่างน้อยภาคเรียนละ 2 ครั้ง ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมร่วมกัน
ผลงานความสำเร็จและความภาคภูมิใจดังกล่าว เป็นเพราะได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากบุคลากรของหน่วยงานต่างๆ อย่างดียิ่ง จึงขอถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่มีน้ำใจเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีต่อวิทยาลัยชุมชนยะลาด้วยความบริสุทธิ์ใจซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการเสริมสร้างสันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืนของจังหวัดยะลาและชายแดนภาคใต้ต่อไป
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา