จังหวัดยะลา มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ช้างป่า ทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรและทำร้ายร่างกายชาวบ้านในพื้นที่อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา จนเสียชีวิต จำนวน 1 ราย

18 พ.ย. 2567 | 42 ครั้ง

ภาพปกข่าว
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยนายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ร่วมมอบเงินให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ช้างป่า ทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรและทำร้ายร่างกาย นายมูหัมมัดซาอุดี จะปะกียา ที่เทือกเขากรูปีตีกอ หมู่ที่ 8 ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้มอบเงินเยียวยา จากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โดยอนุมัติช่วยเหลือเงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครอบครัว นายมูหัมมัดซาอุดี จะปะกียา ผู้เสียเสียชีวิตจากช้างป่าทำร้ายร่างกาย ให้แก่ น.ส. ซาลีฮะห์ โด ภรรยา พร้อมลูกสาว และลูกชาย จำนวนเงิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ก่อนหน้านั้น ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลกาบัง มอบเงินค่าจัดการศพ จำนวน 29,700 บาท (สองหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 ปัตตานี มอบเงินช่วยเหลือ หลักเกณฑ์วิธีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าหรือกระทิง พ.ศ. 2566 จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ให้กำลังใจแก่ น.ส. ซาลีฮะห์ โด ลูกๆ ให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะสู้ และยืดหยัดทำในสิ่งที่ดี หน่วยภาครัฐพร้อมช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้งแน่นอน ด้านนายวีรวัฒน์ ศิริกุลพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา กล่าวถึงมาตรการ ในการแก้ไขสถานการณ์ช้างป่า ทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรและทำร้ายร่างกายประชาชนในพื้นที่ ในภาพรวมของจังหวัดยะลาที่ได้รับผลกระทบ ทั้ง 3 อำเภอ กาบัง ธารโต และเบตง ทั้งในระยะสั้นและระยาว ในส่วนระยะสั้น ได้จัดตั้งศูนย์ฯ ร่วมกับสำนักงานป่าไม้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและอำเภอ โดยประสานงานร่วมกับผู้นำท้องที่ ในการอบรมให้ความรู้ให้แก่ประชาชน ในการเฝ้าระวังและวิธีปฏิบัติเมื่อเจอช้างป่า และวิธีผลักดันช้างให้ออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถทำร้ายช้างป่าได้ เพราะมีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า คุ้มครองอยู่ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว จังหวัดเสนอกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าดูแลรวบข้อมูลสภาพปัญหาในพื้นที่ เพื่อจะนำช้างออกจากพื้นที่ และวิธีการชดเชยเยียวยาผู้ได้ผลกระทบจากช้างป่า ไม่จะเป็นทำลายทรัพย์สินทางการเกษตรและทำร้ายร่างกายประชาชนในพื้นที่ ต่อไป
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา