ยะลา แถลงเตรียมยกระดับมาตรการเข้มข้น ค้นหาตรวจเชิงรุก...

28 เม.ย. 2564 | 449 ครั้ง

ภาพปกข่าว
ยะลา แถลงเตรียมยกระดับมาตรการเข้มข้น ค้นหาตรวจเชิงรุก ตั้งด่านคัดกรองเข้มเข้าออกจังหวัด 11 ด่าน และห้ามออกเคหะสถาน 4 ทุ่มถึงตี 4 ดีเดย์ 1 พ.ค.นี้ วันนี้ 28 เม.ย.64 ที่ห้องประชุมศรียะลา อาคาร 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา แถลงเตรียมยกระดับมาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัด ที่มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 28 เม.ย64 พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 4 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 39 ราย โดยทาง สบค.จังหวัดยะลา เตรียมการยกระดับมาตรการต่างๆของจังหวัดยะลาอย่างเข้มข้น มีการดำเนินการพร้อมๆกันในทุกด้าน ทั้งมาตรการเชิงรุกของสาธารณสุข อสม.เคาะประตูบ้าน มาตรการตั้งด่านคัดกรองรอยต่อระหว่างจังหวัด 11 ด่าน และมาตรการห้ามบุคคลออกจากเคหะสถาน ตั้งแต่ 22.00 – 04.00 น. เริ่มมาตรการเข้มข้น ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา มาตรการต่างๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของจังหวัดยะลา ต้องลดบุคคลที่มีความเสี่ยงเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการคัดกรอง การรายงานทาง QR CODE เพื่อการสอบสวนโรคได้ หากมีผู้ติดเชื้อ โดยเมื่อเดินทางเข้ามาในจังหวัดยะลาแล้ว จะมีทีมเจ้าหน้าที่ประจำด่าน ทำหน้าที่ในการคัดกรอง สอบประวัติ ว่ามีความเสี่ยงสูงหรือไม่ ถ้ามีความเสี่ยงสูง หรือเดินทางมาจากจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง ทั้ง 18 จังหวัด ก็จะเข้าสู่ LQ เพื่อเข้าสังเกตุอาการ 14 วัน จากนั้นจะทำการตรวจเชื้อ โดยการตรวจสามครั้งในสิบสี่วัน คือวันที่หนึ่ง วันที่เจ็ด และวันที่สิบสี่ เพราะฉะนั้นบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง จะมีการดำเนินการตั้งแต่ด่านเข้ามาในจังหวัดยะลา ทั้ง 11 ด่าน อย่างเคร่งครัด ในส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดยะลา ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนโรค ค้นหาเชิงรุก เพื่อนำผู้ที่มีความเสี่ยงสูง และผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการรักษา ที่โรงพยาบาลสนาม ลดการเสียชีวิต พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้ดำเนินการตามมาตรการ และคำสั่งต่างๆของจังหวัด อย่างเข้มงวด กวดขันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการปิดสถานบริการ ร้านค้า ที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน ผลจากการดำเนินการ การแพร่ระบาดที่มาจากสถานบริการ หายไปจากพื้นที่จังหวัดยะลา นอกจากนี้เรื่องของการรณรงค์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกเคหะสถาน ทางตำรวจภูธรจังหวัดยะลามีความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมาย จับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ ที่ผ่านมาสามารถจับกุมไปแล้ว 4 ราย มีการส่งฟ้องศาล สั่งปรับ 2,000 บาท และ 1,000บาท และมาตรการ ตั้งด่านคัดกรอง 11 ด่านก่อนเข้าเมือง มีการสแกน QR CODE โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข อสม. มีการคัดกรองอย่างเข้มข้น สำหรับ 11 ด่าน เข้าเมืองจังหวัดยะลา ประกอบด้วย 1.ด่านขุนไวย์ 2.ด่านบ้านคลองทรายใน 3.ด่านลำใหม่ 4.จุดตรวจจุดสกัด ที่วังพญา อ.รามัน 5.จุดตรวจจุดสกัด ที่ตะโละหะลอ อ.รามัน 6.จุดตรวจจุดสกัด ที่หน้ากองร้อยทหารพราน 4303 ต.กาลอ อ.รามัน 7.จุดตรวจจุดสกัด ที่สาวอ ต.บาลอ อ.รามัน 8.จุดตรวจจุดสกัด ที่หน้าโรงเรียนบ้านจะรังตาดง ต.ท่าธง อ.รามัน 9.จุดตรวจจุดสกัด ที่หน้ากองร้อยทหารพราน 4116 ต.เกะรอ อ.รามัน 10.จุดตรวจจุดสกัด ที่ ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา 11.จุดตรวจจุดสกัด ที่บันนังดามา อ.กาบัง ส่วนพื้นที่ นอกจากนี้มาตรการห้ามบุคคลออกจากเคหะสถาน ตั้งแต่ 22.00 – 04.00 น. เริ่มมาตรการเข้มข้น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เพื่อลดการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดยะลา กลับเข้าไปสู่ครัวเรือน และครอบครัว หากพบมีการกระทำผิดทางเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และจริงจัง เพื่อส่วนรวมในพื้นที่จังหวัดยะลา ฝากถึงประชาชน แม้จะมีการปิดสถานบริการ สถานบันเทิง ประชาชนที่ยังนัดรวมกลุ่มจัดปาร์ตี้ตามโรงแรม หอพัก บ้านเช่า หรือสถานที่ต่างๆ ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าไปตรวจสอบลดการแพร่กระจายของเชื้อ และถือว่าเป็นความผิดตามกระบวนการกฎหมายเช่นกัน
แหล่งที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา